กรมศิลปากรนำพระพุทธรูปเก่าแก่ 10 องค์ มาแสดงในโอกาสปีใหม่ 2563

กรมศิลปากรนำพระพุทธรูปเก่าแก่ 10 องค์ มาแสดงในโอกาสปีใหม่ 2563

พระพูทธรูป ณ วังหน้าพระปฏิมาแห่งแผ่นดิน "พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์"

           กระทรวงวัฒนธรม โดย กรมศิลปากร ได้อัญเชิญพระพุทธปฏิมาโบราณ 10 องค์ ที่เก็บสงวนรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและมีแหล่งกำเนิดจากนานาประเทศที่มีพุทธศิลป์แตกต่างกัน มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะบูชาเนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ระหว่างวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2562 – วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 16.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่ชาติ พระนคร ประกอบด้วยพระพุทธรูปพุทธศิลป์ต่างๆ ได้แก่

พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์
พระพุทธสิหิงค์
1. พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะสุโขทัย -ล้นนา ปลายพุทธศตวรรษที่ 20 – 21 พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ตามตำนานพระพุทธสิหิงค์ได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นสิริยังพระนครหลวงโบราณของไทยทุกแห่ง นับแต่กรุงสุโขทัย เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา ตราบเท่าถึงกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสถิตเป็นมงคลแก่พระนครประจำ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล
พระพุทธรูปประทานอภัย
2. พระพุทธรูปประทานอภัย ศิลปะอินเดีย แบบคันธระ พุทธศตวรรษที่ 6-9 พระพุทธรูปแบบคันธาระนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของสกุลช่างที่สร้างพระพุทธรูปในระยะแรกๆ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศอินเดีย พระพักตร์มีลักษณะตามอุดมคติแบบกรีกและโรมัน ซึ่งน้นความเสมือนจริงตามหลักกายวิภาค ห้างบอมเบเบอร์ม น้อมเกลฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้เจ้าอยู่หัว
พระอมิตาภพุทธเจ้า
3. พระอมิตาภพุทธเจ้า (พระอมิคะเนียวไร) ศิลปะญี่ปุ่น สมัยคามากุระ (พุทธศักราช 1728 -1876) ประทับนั่งขัดสมาธิพชร บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย แสดงรยานมทราโดยนิ้วหัวแม่มือจดคับนิ้วชี้ ซึ่งเป็นลัษณะฉพาะของพระมิตาภะแบบญี่ปุ่นที่แสดงถึงการซี่นำดวงวิญญาณสู่นิพพานพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนชาวญี่ปุ่นนับถือมากที่สุดรองจากพระศากยมุนี(พระชะคะเนียวไร)
พระพุทธรูปสมาธิศิลปะลังกา

4. พระพุทธรูปสมาธิ ศิลปะลังกา สมัยโปลนนารุวะ พุทธศตวรรษที่ 18 -20 พระบาทสมเด็พระปกเกล้เจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อวันที่ 17 อันวาคม 2469 เดิมได้มาจากเมืองเซียงราย “สมัยโปลนนารวะ” เป็นยุคทองของศิลปะลังกา พระพุทธรูปในยุคนี้มีลักษณะพระพักตร์ที่สงบนิ่ง มีพระรัศมีทรงเตี้ย พระอังสากว้ง พระอุระหนา พระพาหาใหญ่ และได้ให้อิทธิพลแก่พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยของไทยด้วย

พระพุทธศากยมุนี
5. พระพุทธศากยมุนี (เซ็กเกียมอนี้ฮุด) ศิลปะจีน สมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศักราช 1911 – 2187) พระพุทธรูปปางมารวิชัย ครองจีวรห่มเฉียงเป็นริ้วธรรมชาติ เปิดพระอุระเบื้องขวาและมี จีวรคลุมพระอังสาและพระพาหาขวา เดิมประดิษฐานที่หอศาสตราคมในพระบรมมหาราชวัง ย้ายมาพิพิธภัณฑสถานเมื่อพุทธศักราช 2470

6. พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะพม่า สมัยนยองยาน พุทธศตวรรษที่ 22 – 23
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้มาเมื่อคราวเสด็จเลียบมณฑลฝายเหนือ พุทธศักราช 2469 พระราชทานมาเมื่อ 15 มีนาคม 2469 ตามเอกสารของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำหนดศิลปะพระพุทธรูปองค์นี้เป็น “ฝีมือช่างเชียงรุ้ง” โดยลักษณะพิเศษของพระพุทธรูปกลุ่มนี้ คือ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่งกษัตริย์ ทรงอุณหิสหรือเครื่องประดับพระเศียรที่มีแผ่นกระจัง ขนาดใหญ่และมีแถบผ้ที่เบื้องหลังของพระกรรณ ทรงกุณฑลขนาดใหญ่ และหากครองจีวรห่ม เฉียงจะมีสังฆาฏิยาวจรดพระนากี่ปลายสังฆาฏิตัดตรง

พระพุทธรูปมารวิชัย
7. พระพุทธรูปมารวิชัย ศิลปะลาว พุทธศตวรรษที่ 22 – 23 ช่วงเวลานี้อาณาจักร ล้านช้างมีความเจริญรุ่งเรื่อง มีการสร้างพระพุทธรูปสำริดที่มีจารึกศักราชและผู้สร้างจำนวนมาก สำหรับพุทธลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปลาวที่ปรากฏ อาทิ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระโอษฐ์เล็ก แย้มมุมพระโอษฐ์เล็กน้อย มีร่องเหนือพระโอษฐ์ซึ่งเชื่อมต่อลงมาจากพระนาสิก มีแนวเส้นไรพระศก ม็ดพระศกแหลมเล็ก พระรัศมีเป็นเปลวขนาดใหญ่ ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงายที่มุมฐานบัวตวัดขึ้น หรือที่เรียกว่า “บัวงอน”
พระพุทธศากยมุนี
8. พระพุทธศากยมุนี ศิลปะเวียดนามเหนือ สมัยราชวงศ์หลีตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 20 – 24 พระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิแสดงลักษณะฉพาะของพุทธประติมาเวียดนาม คือ ครองจีวรห่มคลุม ทิ้งชายลงจากบทั้งสองข้างเท่กัน แต่พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้จะเผยให้เห็นพระอุระ และขอบสบงชัดเจนอันเป็นอิทธิพลรูปแบบทางศิลปะจากราชวงศ์หมิงของจีน
พระพุทธรูปมารวิชัย

9. พระพุทธรูปมารวิชัย ศิลปะพม่า สมัยมัณฑะเลย์ ตันพุทธศตวรรษที่ 25 พระพุทธรูปซึ่งสลักจากหินอ่อน พุทธลักษณะสำคัญที่แสดงถึงศิลปะพม่า แบบมัณฑะเลย์ คือ ที่พระพักตร์มีกระบังหน้าทรงครองจีวรเป็นริ้วธรรมชาติ พระพุทธรูปห่มเฉียงบนพระอังสาซ้ายมีชายจีวรตกลงมายาวจนถึงพระนาภี ปลายจีวรเล่นลวดลายให้ชายผ้กบไปมามากจนดูผิดธรรมชาติ ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฎความนิยมสั่งและนำเข้พระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวจากพม่าด้วย

พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย
10. พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะช่งเมืองพระตะบอง ราชอาณาจักรกัมพูชา กลางพุทธศตวรรษที่ 25 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ซุ่ม อภัยวงศ์) ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบองคนสุดท้าย ภายใต้พระราชอำนาจของราชอาณาจักรสยามสร้างถวายวัดหลวงปรีชากูลอำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพระศรีมหาธาตุกรุงเทพมหานคร ต่อมา พันตรีควง อภัยวงศ์ มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

          เรียกได้ว่าแต่ละองค์นั้นมีศิลปะที่แตกต่างกัน ทั้งภูมิประเทศและลักษณะของการออกแบบพระพุทธรูปที่แตกต่างกันอย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ลังกา ไทย กัมพูชา พม่า เวียดนาม หรืออินเดีย พุทธศาสนาล้วนเข้าไปมีบทบาทสำคัญในประเทศในทวีปเอเชียเป็นอย่างมาก และสามารถผสมผสานกับศิลปะวัฒนธรรมได้อย่างประณีตตามสภาพแวดล้อมของประเพณีเดิมของประชาชน ซึ่งหากใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวบริเวณสนามหลวง ก็ควรที่จะเข้าไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เสริมดวง ให้โชคดี มีโอกาสชนะสล็อต และร่ำรวย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเลขที่ ๔ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทรศัพท์ 02-224-1402 , 02-224-1333

Close Menu